ผู้ร่วมสร้าง! ปีศาจแดงดำ กับผู้ร่วมก่อตั้งกำเนิดสุดยอดสโมสรแห่งอิตาลี่

เอซี มิลาน ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี ค.ศ.1899 ครั้งแรกที่ก่อตั้งนั้นเป็นทีมสโมสรคริกเกตและฟุตบอล โดยมีผู้ก่อตั้ง คือ อัลเฟรด เอ็ดเวิร์ด และ เฮอร์เบิร์ต คิลพิน

เฮอร์เบิร์ต คิลพิน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสโมสร เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา ก็ได้ขึ้นเป็นประธานสโมสรคนแรกของปีศาจแดงดำพร้อมกับ เฮอร์เบิร์ต คิลพิน ที่ได้ขึ้นมาเป็นกัปตันและผู้จัดการทีมคนแรกอีกด้วย และมันก็อธิบายเหตุผลของชื่อทีมได้เป็นอย่างดีว่าทำไมถึงเขียนและอ่านในภาษาอังกฤษ แทนที่จะใช้ชื่อทีมว่า มิลาโน่ ในภาษาอิตาลี

เอซี มิลาน

โดยที่ตั้งสโมสรแห่งแรกนั้นตั้งอยู่ที่ เฟียเชสเทอเรีย ทอสคาน่า โดยการแข่งขันอย่างเป็นทางการนัดแรกของ มิลาน นั้นแพ้ต่อ โตริโน ทีมดังในยุคนั้นไป 0-3 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1900 ในปี 1963 มิลานสามารถคว้าแชมป์ ยูโรเปียน คัพ ไปครองได้เป็นครั้งแรกของสโมสร ด้วยการเอาชนะ เบนฟิกา 2-1

สโมสรใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ในการคว้าแชมแห่งชาติอิตาลี(ลีกสูงสุดในสมัยนั้น) อันที่จริงแล้วใช้เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นเพราะทีมฟุตบอลของสโมสรพึ่งจะได้รับอนุญาตให้ลงทำการแข่งขันในลีกของอิตาลี ซึ่งนับว่าเป็นทีมเกิดใหม่ที่ร้อนแรงมากในยุคนั้น และคว้าแชมป์ลีกอีก 2 ครั้งติดต่อกันในปี ค.ศ. 1906 และ 1907 แต่หลังจากนั้นก็เป็นยุคตกต่ำของสโมสรไปเลยทีเดียว จนชื่อของ มิลานมาปรากฎแก่ชาวโลกในปี ค.ศ. 1963 ซึ่งสโมสรสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์
ยูโรเปียน คัพ ในสมัยนั้นได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการพลิกกลับมาชนะ เบนฟิกาในรอบชิงชนะเลิศ ได้ด้วยสกอร์ 2-1 จากการทำประตูของ มาซโซล่า ทั้ง 2 ประตู ซึ่งการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนี้จัดขึ้นที่ สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอนอันเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของ เอซี มิลาน อีกด้วย

ตั้งแต่โดนคดีล้มบอลในปี 2006 อัลเชล็อดติก็ไม่สบายเนื้อสบายตัวมาตลอดจนกระทั่งโดนปลดออกในที่สุด จุดด่างพร้อยของฟุตบอลอิตาลี่ก็คือ การล้มบอลที่อยู่คู่กับวงการฟุตบอลอิตาลีมาอย่างยาวนานแม้กระทั่งทีมที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่าง มิลาน ก็ไม่สารถที่จะรอดเงื้อมมือมารไปได้
โดยพวกเขาถกตัดสินว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีล้มบอล ในปี ค.ศ.1980 จึงทำให้มิลาน ต้องตกชั้นลงไปเล่นใน ซีรี่ บี เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรและอีกครั้งในปี ค.ศ.2006 ก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดในกรณีการล็อคสเปคผู้ตัดสินจึงทำให้ถูกตัดคะแนนไป 8 คะแนนด้วยกัน จากประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ทำให้เราได้รู้ว่า แม้กระทั่งทีมที่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ไม่สามารถเอาชนะความโลภในใจตนไปได้ ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี่ มหาบุรุษแห่ง รอสโซ่เนรี่แต่ตอนนี้ต้องคอยระวังคดีคอรัปชั่นเป็นระวิง

ในปี ค.ศ. 1986 จากการเข้ามาเทกโอเวอร์ของ ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี่ก็ทำให้ฐานะทางการเงินของ มิลาน ดีขึ้น พร้อมกันกับการมาของ 3 ทหารเสือชาวดัตท์ อย่าง รุต กุลลิต, แฟรง ไรการ์ด และ มาร์โค ฟาน บาสเทนโดยนับว่าเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของสโมสรแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เพราะ มิลานกวาดถ้วยรางวัล และชื่อเสียงต่างๆ ทุกรายการ อาทิเช่น แชมป์ ซีรี่ เอ แชมป์เปียน ลีก โตโยต้า คัพ และ ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี่ก็ยังคงเป็นเจ้าของสโมสรอยู่มาจวบจนปัจจุบันนี้ประกาศศักดาด้วยการครองเจ้ายุโรปสมัยที่ 7 ด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 หลังจากที่พ่ายช๊อกโลกมาในปี 2005

ในปัจจุบัน นับตั้งแต่ มิลาน คว้า แชมเปียน ลีก ไปในปี 2007 ก็เหมือนกับว่าทีมได้เริ่มตกต่ำลงไปเป็นอย่างมากอันที่จริงแล้วทีมตกต่ำมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นเสียอีก แต่โชคยังดีที่ยังคว้า แชมเปียน
ลีก สมัยที่ 7 มาครองได้ จึงยังทำให้ คาร์โล อัลเชล็อตติยังคงได้อยู่หายใจต่อมาจนถึงปีนี้ หลังจากที่อดทนมานานแล้วทางบอร์ดบริหารของสโมสรจึงได้ปลด อัลเชล็อตติออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไปในที่สุด และได้แต่งตั้งให้ ลีโอนาร์โดอดีตนักเตะของสโมสรเข้ามารับตำแหน่งแทน แต่ดูเหมือนว่า ลีโอนาร์โดนั้นจะยังมีบารมีไม่ถึงพอที่จะขึ้นมาคุมทีมใหญ่อย่าง มิลาน ได้ในตอนนี้เพราะตั้งแต่ ซีรี่ เอ เปิดฤดูกาลมา มิลาน ลงเล่นไปแล้ว 7 นัด แต่ชนะเพียงแค่ 2 นัด เท่านั้นเอง ต้องคอยติดตรามดูกันต่อไปว่า ลีโอนาร์โดจะโดนปลดออกจากตำแหน่งในวันไหนกัน

ซาน ซีโร หนึ่งในสนามที่คอบอลตัวจริงเช่นเราๆ ต้องการไปเหยียบให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรเป็นอย่างดีก็คือ สนามซานซีโร่ นั่นเองซึ่งถูกใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 โดยความจุในตอนเปิดใช้ครั้งแรกนั้นมีเพียงแค่ 10,000 คนเท่านั้นเอง ต่อมาในปี ค.ศ. 1939 ได้มีการปรับปรุง สนามซานซิโร่เพื่อให้สามารถรองรับแฟนบอลที่มาเข้าชมการแข่งขันได้มากขึ้นโดยครั้งนี้ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งขึ้นไปเป็น 55,000 ที่นั่ง จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่าสนามที่ครั้งแรกมีความจุเพียง 10,000 ที่นั่งจะสามารถกลายเป็นสนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี ด้วยขนาดความจุในปัจจุบันที่ 80,018 ที่นั่งเลยทีเดียว

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

อยู่ยาว! “ซูโซ่” ลั่นถ้าหากต้องการย้ายคงไม่ขยายสัญญากับ เอซี มิลาน

ซูโซ่ ปีกตัวสำคัญของปีศาจ แดง ดำ เอซี มิลาน ยืนยันว่าไม่มีแผนอำลาถิ่นซานซีโร่อย่างแน่นอน เพราะเพิ่งฝากอนาคตไว้กับทีมด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่

เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของอิตาลี่ สื่อเผยว่าเพิ่งได้ขยายสัญญาใหม่ให้กับ ซูโซ่ แข้งชาวสเปนิสรายนี้

เอซี มิลาน

ซูโซ่เพิ่งต่อสัญญาใหม่กับมิลานออกไปจนถึงปี 2022 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาโดยมีค่าฉีกสัญญาระบุไว้ที่ 50 ล้านยูโร แต่กลับมีข่าวลือถึงการย้ายทีมกับ ลิเวอร์พูล

“ผมได้เล่นทุกนัดที่มิลาน บางทีมันอาจไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ผมอยู่ที่นี่พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ผมควรย้ายทีม? ในเมื่อผมยังได้เล่นที่นี่และมีความสุขดี จริงอยู่ในสัญญาผมมีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาเอาไว้ แต่ผมไม่เคยคิดเรื่องย้ายทีมเลย” ปีกตัวเก่งได้กล่าว

“ถ้าผมต้องการย้ายทีม ผมคงไม่ต่อสัญญาใหม่เพื่อที่ตัวเองจะได้ไปจากที่นี่ด้วยค่าตัวถูกแน่”

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอซี มิลาน ยุคแห่งความรุ่งเรือง ยุคที่ถือเป็นยุคประคองตัว ความสำเร็จภายในลีก

เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา ลีกฟุตบอลสูงสุดของ อิตาลี่ ยุคแห่งการกำเนิดแข้งดังระดับโลกที่ร่วมทัพ ปีศาจแดงดำ มาก่อน

เอซี มิลาน เป็นทีมที่รวมแข้งนักเตะที่ดีที่สุดมาก่อน และก่อนที่จะสู่ยุครุ่งเรืองต้องแย่งชิงกับสุดยอดทีมระดับโลกอย่าง ยูเวนตุส บาเยิร์น มิวนิค แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล และทีมดังอีกมากมาย ต่อไปจะย้อนไปให้ดูว่า ก่อนที่ ปีศาจแดงดำ จะมาเจิดจรัสบนเวทีลูกหนังขนาดนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เอซี มิลาน

ยุคทศวรรษที่ 70
ยุคนี้ถือเป็นยุคประคองตัว ความสำเร็จภายในประเทศตกไปเป็นของยูเวนตุสอีกครั้งส่วนในระดับยุโรป ก็ไม่สามารถที่จะขึ้นไปทาบรัศมีของอาแจ็กซ์, บาเยิร์น และลิเวอร์พูลได้เลย โดยมิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา เพียงแค่ 1 สมัย ในปี 1979 รองแชมป์ 3 ครั้งติดต่อกัน ในปี 1971, 1972 และ 1973, แชมป์โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย ในปี 1972, 1973 และ 1977 ที่ชนะนาโปลี, ยูเวนตุส และอินเตอร์ ตามลำดับ รองแชมป์อีก 2 ครั้ง ในปี 1971 ที่แพ้ต่อโตรีโน และในปี 1975 ที่แพ้ต่อฟิออเรนตินา, แชมป์ยูโรเปียน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ในปี 1973 ที่เอาชนะลีดส์ และรองแชมป์ 1 ครั้ง ในปี 1974 ที่แพ้ต่อมักเดบวร์ก นอกจากนี้ ยังได้รองแชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 1 ครั้ง ในปี 1973 โดยที่นัดแรกเล่นในบ้าน เอาชนะอาแจ็กซ์ได้ 1-0 แต่พอไปเยือนกลับโดนอัดกลับมาถึง 6-0
ชวดแชมป์ไปอย่างเจ็บปวด โดยนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ อัลแบร์โต บิกอน, อัลโด มัลเดรา, จูเซ็ปเป ซาบาดินี, อัลโด เบท, เอกิดิโอ คัลโลนี, ฟูลวิโอ โคลโลวาติ, เอ็นริโก อัลแบร์โตซี, โรเมโอ เบเนตติ และรูเบน บูริอานี เป็นต้น

ยุคทศวรรษที่ 80
ในช่วงต้นทศวรรษถือเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของสโมสรเมื่อมิลานถูกปรับตกชั้นในปี 1980 จากข้อหาพัวพันกับคดีการล้มบอลของประธานสโมสร เฟลิเซ โคลอมโบ และผู้รักษาประตูของทีมอย่างเอ็นริโก อัลแบร์โตซีทำให้ทีมต้องลงเล่นในศึกกัลโช เซเรีย บี เป็นครั้งแรก ซึ่งถึงแม้ว่าจะคว้าแชมป์เซเรีย บี ได้ในทันที แต่เมื่อกลับคืนสู่เซเรีย อา ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ต้องตกชั้นอีก อย่างไรก็ตามมิลานก็สามารถกลับคืนสู่เซเรีย อา ในฐานะแชมป์เซเรีย บี อีกครั้ง ในปี 1983 แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ประธานสโมสร จูเซ็ปเป ฟารินา ได้พัวพันกับคดีทางกฎหมายจนทำให้เขาตัดสินใจหนีไปอยู่ที่แอฟริกาใต้ พร้อมกับเอาเงินของสโมสรไปด้วยมิลานในขณะนั้นจึงอยู่ในสภาพเกือบล้มละลาย แต่เมื่อมีมหาเศรษฐีที่ชื่อ ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนีเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการของสโมสรในปี 1986 มิลานก็เริ่มเข้าสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้งโดยมิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา 1 สมัย ในปี 1988, รองแชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 ครั้ง ในปี 1985 ที่แพ้ต่อซามพ์โดเรีย, ได้แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1988 ที่ชนะซามพ์โดเรีย, แชมป์ยูโรเปียน คัพ 1 สมัย ในปี 1989 ที่ถล่มสเตอัว บูคาเรสต์ 4-0, แชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1989 ที่เอาชนะบาร์เซโลนา
และได้แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย ในปี 1989 อีกเช่นกัน โดยเอาชนะแอตเลติโก นาซิอองนาล
1-0 ซึ่งนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ สามทหารเสือดัตช์อย่าง มาร์โก ฟาน บาสเทน, รืด คึลลิต และฟรังก์ ไรการ์ด นอกจากนั้นก็ยังมี เปาโล มัลดีนี, ฟรังโก้ บาเรซี, อเลสซานโดร คอสตาคูร์ตา, เมาโร ตัสซอตติ, ฟิลิปโป กัลลี, โจวานนี กัลลี, โรแบร์โต โดนาโดนี, อัลเบริโก เอวานี, คาร์โล อันเชลอตติ, ดานิเอเล มัสซาโร, ปิเอโตร วีร์ดิส และอันเจโลโคลอมโบ เป็นต้น โดยยอดผู้จัดการทีมของมิลานในยุคนี้คือ อาร์ริโก ซาคคี ปรมาจารย์ลูกหนัง ผู้ให้กำเนิดโซนเพรส (เพรสซิง ฟุตบอล)

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

 

หวังทวงบัลลังก์! 5 เป้าหมายของ “เอซี มิลาน” แม้จะใช้เงินไปแล้วเกือบร้อยล้านยูโร

เรียกได้ว่านับตั้งแต่เปลี่ยนกลุ่มนายทุนใหม่เข้ามาดูพวกเขา เอซี มิลาน จะดูมีพลังและกำลังใจในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเวที กัลโช เซเรียอา อีกครั้ง

เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของอิตาลี เดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ด้วยเม็ดเงินอันมหาศาลที่ทุ่มงบให้กับนายใหญ่เพื่อเดินหน้าช็อปนักเตะฝีเท้าดีเข้าทีม

เอซี มิลาน

จึงทำให้เวลานี้พวกเขาได้เดินหน้าเสริมนักเตะอย่างหนักโดยได้ตัวไปแล้วถึง 4 รายด้วยกัน นั่นก็คือ มาเตโอ มูซัคคิโอ, ฟรองค์ เคสซี, ริคาร์โด้ โรเดริเกวซ และล่าสุด อังเดร ซิลวา รวมทั้งหมดเป็นเงินถึง 99 ล้านยูโรเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เราไปดูกันว่ามีใครที่
ปีศาจแดงดำ หวังจะได้ตัวมาเสริมทีมอีกบ้าง

5. เอมิล ฟอร์สเบิร์ก
สโมสรปัจจุบัน : อาร์บี ไลป์ซิก
ตำแหน่ง : ปีก
อายุ : 25 ปี
หลังจากที่เจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ว่าโปรเจ็คของ มิลาน ค่อนข้างน่าสนใจและน่าจะกลับมายิ่งใหญ่ได้ในไม่ช้าแถมยังออกมาส่งสัญญาณเพิ่มเติมอีกว่า ถึง ปีศาจแดงดำ จะไม่ได้ลุย ชปล.ก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักสำหรับเจ้าตัวซึ่งหากทางด้านยักษ์ใหญ่แห่ง ซานซิโร ได้ตัวแนวรุกจาก ไลป์ซิก มาร่วมทีมจริง ๆ คงจะเติมเต็มเกมรุกในกราบซ้ายได้ไม่เลวเลยทีเดียวแม้ทาง หงส์แดง จะให้ความสนใจด้วยก็ตาม

4. นิโกลา คาลินิช
สโมสรปัจจุบัน : ฟิออเรนตินา
ตำแหน่ง : กองหน้าตัวเป้า
อายุ : 29 ปี
มิลานแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังมองหาศูนย์หน้ารายใหม่เพราะรูปแบบการเล่นของ คาร์ลอส บัคก้า ไม่เป็นที่ถูกใจของกุนซือใหญ่อย่าง วินเชนโซ มอนเตลลาซึ่งก่อนหน้าว่ากันว่า โมราต้า คือเป้าหมายอันดับ 1 ของทัพรอสโซเนรี่ แต่ทว่าราคานั้นดูจะมหาโหดเกินไปบวกกับต้องเผชิญหน้าคู่แข่งทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ทำให้การซื้อขายครั้งนี้ไม่น่าเป็นไปได้แถมตอนนี้สื่อยังเผยว่าใกล้ที่จะได้ตัวแล้วด้วย

3. อันเดรีย คอนติ
สโมสรปัจจุบัน : อตาลันต้า
ตำแหน่ง : แบ็คขวา
อายุ : 23 ปี
ข่าวล่าสุดระหว่าง คอนติ กับ มิลาน ออกมาว่า มาริโอ กุฟเฟรดี้ เอเยนต์ส่วนตัวของนักเตะรายนี้ได้เดินหน้าไปยังสโมสรของ เอซี มิลานเพื่อเจรจาข้อตกลงในการย้ายทีมเรียบร้อยแล้วด้วย
ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 20 ล้านยูโร ซึ่งผลจากการเจรจานั้นค่อนข้างเป็นไปได้ด้วยดีเชื่อว่าหากไม่ผิดพลาดประการใด เราอาจจะได้เห็น ปีศาจแดงดำเปิดตัวนักเตะรายที่ 5 ของทีมก็เป็นไป

2. มัตเตโอ ดาร์เมียน
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ตำแหน่ง : แบ็ค หรือ เซนเตอร์
อายุ : 27 ปี
หลังจากที่ย้ายไปร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ดาร์เมียนก็ไม่ค่อนได้ลงเล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัดและแจ้งเกิดมาสักเท่าไหร่เลยเพราะเจอแท็คติกของ มูรินโญ ที่มักโยกเขาให้เป็นเล่นเป็นแบ็คซ้ายซะส่วนใหญ่จนไม่สามารถดึงฟอร์มที่เคยทำไว้อย่างกับ โตริโน จึงถือว่าเป็นโอกาสดีของ มิลาน เลยทีเดียว ที่จะได้พาตัวแนวรับอิตาเลียน รายนี้กลับสู่ กัลโช เซเรียอา อีกครั้ง เพราะทาง ปีศาจแดงเพิ่งจะต่อสัญญากับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ออกไปอีก 1 ปี
ซึ่งอาจบอกอนาคตได้ว่า ดาร์เมียน อาจต้องเป็นเพียงอะไหล่สำรองต่อไป

1. มุสซา เดมเบเล
สโมสรปัจจุบัน : เซลติก
ตำแหน่ง : กองหน้า และ ปีก
อายุ : 20 ปี
เอซี มิลาน ได้เจรจาต่อรองกับ เซลติก เพื่อขอซื้อ มุสซา เดมเบเล ศูนย์หน้าตัวเก่งวัย 20 ปี
แต่อาจจะต้องเจอคู่แข่งสำคัญอย่างทีมมหาอำนาจทางการเงินอย่าง เชลซี และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยแต่ก็ต้องบอกเลยว่าถ้าเกิดพวกเขาได้ตัวของดาวยิงเลือดน้ำหอมรายนี้เข้า
มาเสริมทีม นอกจากจะได้นักเตะอนาคตไกลแล้วยังอาจได้จอมถล่มประตูเพิ่มมาด้วย เพราะเขาทำประตูไปถึง 32 ลูกกับอีก 9 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 49 นัดในทุกรายการในฤดูกาลนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

จากไทย! ผลิตภัณฑ์กีฬาอดิดาส เลือกผลงานชุดแข่งขัน เอซี มิลาน จากไทย

อดิดาส เลือกผลงานชุดแข่งขัน เอซี มิลาน ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์จากไทย ให้เป็นชุดที่ชนะเลิศ

เอซี มิลาน ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งถูกใช้เป็นชุดแข่งที่ 3 ประจำฤดูกาล 2017-2018 นี่คือผลงานการออกแบบของ สุรเชษฐ์ ใบเจริญโรจน์ ดีไซน์เนอร์อิสระ วัย 37 ปี จากนนทบุรี

เอซี มิลาน

อดิดาส ผู้ผลิตชุดกีฬาระดับโลก ออกแคมเปญ เชิญชวนแฟนบอลทั่วโลก ร่วมออกแบบเสื้อที่จะใช้เป็นชุดแข่งขันให้กับ 6 สโมสร ทั้งในอังกฤษ อิตาลี บราซิล เยอรมัน
และเขาเลือกออกแบบให้กับ เอซี มิลาน เพราะเป็นแฟนคลับของทีมนี้และการทำงานในวงการออกแบบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กีฬา ทำให้งานของเขาเข้าตาและได้รับการตัดสินให้ชนะเลิศการประกวด

มิลานเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในเมืองมิลานประเทศอิตาลีก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2442 สโมสรมีการใช้จ่ายทั้งหมด ประวัติศาสตร์ยกเว้นฤดู 2523-24 และ 2525-26
ในด้านบนของอิตาลีฟุตบอลรู้จักกัลโช่ตั้งแต่ 2472-30

ด้วยยูฟ่าและฟีฟ่าที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการถึง 18 สโมสรพวกเขาเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกและเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอิตาลีในระดับนานาชาติมิลานได้รับการบันทึกร่วมกันสามทวีปถ้วยและฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ , เจ็ดถ้วยยุโรป / แชมเปี้ยนส์ลีกชื่อ (บันทึกอิตาลี)[8]ยูฟ่าซูเปอร์คัพบันทึกร่วมกันห้าครั้งและคัพวินเนอร์สคัพสองครั้ง ด้วย 18 ชื่อลีก, มิลานเป็นร่วมสองมากที่สุดสโมสรประสบความสำเร็จในเซเรียอาพร้อมกับคู่แข่งในท้องถิ่น อินเตอร์นาซ่านัลและหลังยูเวนตุส (33)พวกเขายังได้รับรางวัล Coppa Italia ห้าครั้งและ Supercoppa Italiana เจ็ด

เกมในบ้านของมิลานได้รับการเล่นที่San Siroหรือที่เรียกว่า Stadio Giuseppe Meazza สนามกีฬาซึ่งมีการแบ่งปันกับคู่แข่งในเมืองอินเตอร์นาซอนนาซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีด้วยความจุรวม 80,018 สนาม และระหว่างทั้งสองทีมจะเรียกว่าดาร์บี้เดลลา Madonnina ซึ่งเป็นหนึ่งในที่สุดในฟุตบอล derbies ตาม

เจ้าของเดิมของสโมสรคืออดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี Silvio Berlusconi ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสรเป็นเวลา 31 ปี สโมสรเป็นหนึ่งในเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลอิตาลีและฟุตบอลโลกมันเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของนี้หมดอายุ G-14 กลุ่มของยุโรปสโมสรฟุตบอลชั้นนำรวมทั้งทดแทนที่สมาคมสโมสรยุโรป

จากการศึกษาในปี 2010 Milan เป็นทีมอิตาลีที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดในยุโรปและเป็นอันดับที่ 7 โดยมีแฟนๆ กว่า 18.4 ล้านคน มันมีเก้าเข้าร่วมประชุมเฉลี่ยสูงสุดของสโมสรฟุตบอลยุโรปในช่วงฤดูกาล 2010-11 หลังBorussia Dortmund , บาร์เซโลนา , แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด , เรอัลมาดริด , บาเยิร์นมิวนิค , ชาลเก้ 04 , อาร์เซนอลและแฮมเบอร์เกอร์เอส

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ความยิ่งใหญ่! มิลาน กับการก้าวสู่วงการฟุตบอลเต็มรูปแบบ

เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา กับเรื่องราวตั้งแต่แต่งก่อตั้งสโมสรจนกระทั่งก้าวสู่สุดยอดสโมสรระดับโลกแห่งอิตาลี่

เอซี มิลาน สุดยอดสโมสรแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา ได้ก่อตั้งสโมสรขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.1899 โดยชาวอังกฤษสามคน ได้พูดคุยกันที่ห้องหนึ่งในโรงแรม โฮเตลดู นอร์ และเกิดความคิดที่จะสร้างสโมสรคริกเกต และฟุตบอลชื่อ “Milan Football and Cricket Club”

เอซี มิลาน

ซึ่งตอนเริ่มก่อตั้งใหม่ๆ คลับแห่งนี้เน้นไปที่คริกเกตมากกว่า แต่เมื่อข่าวค่อยๆ แพร่กระจายออกไป ก็มีผู้คนให้การสนับสนุนฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอัลเฟรด เอ็ดเวิร์ดส์ ทำหน้าที่ประธานสโมสรเป็นคนแรกโดยหลังจากที่ไปขึ้นทะเบียนกับสหภาพฟุตบอลอิตาเลี่ยนแล้วทีมก็ได้เข้าร่วมชิงชัยในฟุตบอล รวมทั้งเริ่มสร้างสนามเอใช้ในการเป็นเจ้าบ้านโดยทำการสร้างสนามที่บริเวณทรอตเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันก็คือ สถานีรถไฟกลางนั่นเอง

นัดเปิดสนามนัดแรกของสโมสรคือ การที่มิลานแช่งกับทีมเมดิเอลานุม ในวันที่ 11 มีนาคม
ค.ศ. 1900 และมิลานเอาชนะไปได้ 3-0 ซึ่งผู้เล่น 11 คนแกของสโมสรประกอบไปด้วย
ฮู้ด ชิญญากี้ ตอร์เรตต้า ลีส์ คิลปิน วา เลริโอ้ ดูบินี่ เดวีส์ เนวิลล์ อัลลิสัน ฟอร์เมนติ โดยในขณะนั้น คิลปิน เป็นทั้งหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสโมสรและเป็นกัปตันทีมฟุตบอล อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมในขณะนั้นแต่ทว่าการแข่งขันอย่างเป็นทางการจริงๆ มิลานกลับแพ้ โตริโน่ 0-3 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1900

ในปี 1919 สโมสรก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Milan Football Club” จากนั้นในปี 1936 ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Milan Associazione Sportiva” ต่อมาในปี 1938 เปลี่ยนมาเป็น
“Associazione Calcio Milano” และสุดท้ายเปลี่ยนเป็น “Associazione Calcio Milan”
ในปี 1945 และได้ใช้ชสื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

มิลาน ใช้สีแดง-ดำ เป็นสีประจำทีม มีฉายาว่า “รอสโซ่เนรี่” หรือเรียกในภาษาไทยว่า “ปีศาจแดง-ดำ” และเรียกเหล่ากองเชียร์ของสโมสรว่า “มิลานิสต้า”

ปีศาจแดง-ดำ ใช้สนาม “ซาน ซิโร่” ซึ่งเป็นสนามประจำเมืองมิลานซึ่งมีความจุประมาณ 80,074 คน (ปัจจุบัน) เป็นสนามประจำทีม โดยสนามซาน ซิโร่ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปี 1926 โดยปิเอโร่ ปิเรลลี่ ประธานสโมสรในขณะนั้นเป็นผู้เริ่มคิด โดยเขาคิดที่จะมอบมันเป็นของขวัญให้กับสโมสรสนามซาน ซิโร่ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมด 1 ปี โดยสามารถจุผู้ชมได้ 10,000 ที่นั้งต่อมในปี 1939 ได้มีการปรับปรุงสนามเพื่อที่จะสามารถรองรับแฟนบอลที่มาเข้าชมการแข่งขันได้มากขึ้น โดยครั้งนี้ได้เพิ่มจำนวนเป็น 55,000 ที่นั่ง

ในปี 1986 ได้มีการปรับปรุงสนามอีกครั้งหนึ่งเพื่อใช้เป็นสนามในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 โดยครั้งนี้ได้มีการสร้างหลังคาด้วยไฟเบอร์กลาส และสร้างหอคอยทางขึ้นอีก 11
ด้านเสียใหม่ รวมทั้งเพิ่มความจุที่นั่งเป็น 85,700 ที่นั่ง ซึ่งมีการคาดกันว่า ถ้าเอากันจริงๆ แล้วสนามซาน ซิโร่ อาจจะรองรับผู้ชมได้ถึง 150,000 คน แต่เนื่องจากติดปัญหาในด้านความปลอดภัย สภาเมืองมิลานจึงได้ออกกฎหมายห้ามมิให้มีผู้ชมเกินกว่า 100,000 คน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

มิลานยิ้ม! กัลโช่ เลื่อนเกมเปิดฤดูกาลใหม่ เอื้อคัดยุโรป

เอซี มิลาน ยักษ์หลับแห่ง สื่อได้ประกาศให้ลีกแดนมะกะโรนีเลื่อนเกมเปิดฤดูกาลในคู่ของปีศาจแดงดำเตะเร็วขึ้น 1 วัน เพราะพวกเขามีโปรแกรมคัดฟุตบอลยุโรปรออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์

เอซี มิลาน

เอซี มิลาน ได้เฮ กัลโช่ เซเรีย อา คอนเฟิร์ม เกมนัดเปิดฤดูกาล 2017/18 ในคู่ระหว่าง มิลาน พบ โครโตเน จะถูกเลื่อนมาเตะกันในวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคมแทน หลังฝ่ายแรกที่มีโปรแกรมลงเล่นเกมยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ ในช่วงกลางสัปดาห์

เดิมทีเกมคู่นี้ถูกวางโปรแกรมเตะในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม อย่างไรก็ดี ปีศาจแดงดำมีคิวต้องยกพลไปเยือน ชเคนดิยา รองแชมป์ลีกมาซิโดเนีย ในเกมคัดยูโรปา นัดที่สอง ในอีก 3 วันให้หลัง

ด้วยเหตุนี้ลีกอิตาลีจึงเลื่อนให้เกมคู่นี้มาเตะเร็วกว่ากำหนด 1 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้รอสโซเนรีมีเวลาเตรียมตัวสำหรับเกมดังกล่าวอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ มิลานจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ชเคนดิยา ในวันพฤหัสฯ หน้า

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอซี มิลาน กับเจ้าของฉายาในสื่อไทยเรียกว่า ปีศาจแดง-ดำ กับการแข่งขันในยุครุ่งเรือง

เอซี มิลาน กับบทบาทของนักเตะ 11 ตำแหน่งตัวจริงรวมถึงตัวสำรองที่อัดเเน่นไปด้วยคุณภาพไม่แพ้กันของ มิลาน ภายใต้การดำเนินงานของ “ป๋าแบร์”

เอซี มิลาน

เอซี มิลาน ยักษ์หลับจากเวที กัลโช่ เซเรีย อา กับแข้งยอดเยี่ยมในยุคนั้น ที่ทำให้ปีศาจแดง-ดำ คว้าถ้วยแชมป์มาครอง

ประตู : เซบาสเตียโน่ รอสซี่
นี่คืออีกหนึ่งการซื้อตัวที่แสนคุ้มค่าของ มิลาน พวกเขาได้ รอสซี่ มาจาก เซเซน่า ในปี 1990
และหลังจากนั้นนายทวารมือกาวรายนี้ก็บันดาลแชมป์มากมายให้มาประดับไว้ที่ถิ่นซาน ซีโร่
12 ปีและลงสนามไปทั้งหมด 330 รอสซี่ พาปีศาจเเดงดำกวาดแชมป์ เซเรีย อา 5
สมัย,แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย และรายการเล็กๆน้อยๆอีกมากมายทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขาเข้าวินมาในดรีมทีม 31 ปี มิลาน ภายใต้ยุคที่มี แบร์ลุสโคนี่ เป็นประธานสโมสร อย่างไรก็ตามเขาย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ เปรูจา ในปี 2002 และแขวนถุงมือหลังจากจบฤดูกาลดังกล่าวด้วยวัย 40 ปี

แบ็กซ้าย : เปาโล มัลดินี่
หมายเลข 3 ของสโมสรนี้มีให้คนจากตระกูลมัลดินี่เท่านั้น! แค่นี้คงพอยืนยันได้ว่าเหตุใด เปาโล มัลดินี่ จึงเป็น 1 ในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของ เอซี มิลาน ไม่ใช่แค่ยุคของ แบร์ลุสโคนี่ เท่านั้น 22 ฤดูกาลเต็มๆนับตั้งแต่ปี 1984 ที่ มัลดินี่ ได้ลงสนามเกมแรกให้กับ มิลาน เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมเรื่อยมาจนถึงวันที่แขวนสตั๊ดในปี 2009 เขาคือคนที่ผ่านช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่กับ มิลาน ชนิดที่ยากจะหาตัวแทนได้ สคูเด็ตโต้ 7 สมัย แชมเปี้ยนส์ลีก 5 สมัย คือสิ่งที่บอกถึงความยอดเยี่ยมของเขาได้เป็นอย่างดี

แบ็กขวา : เมาโร ทัสซอตติ
ในปี 1980 ที่ ลาซิโอ และ มิลาน เป็นทีมที่ต้องตกชั้นสู่ เซเรีย บี จากคดีล็อคผลการเเข่งขันซึ่งในปีดังกล่าวเป็นปีที่ ทัสซอตติ ได้ย้ายจาก อินทรีฟ้า-ขาว มาสวมเสื้อหมายเลข 2 ของ มิลาน เช่นกันแบ็คขวารายนี้คือ 1 ในสุดยอดแนวรับชุดที่แข็งแกร่งที่สุดของ มิลาน ร่วมกับ มัลดินี่, ฟรังโก้ บาเรซี่ และ อเลสซานโดร คอสตาคูร์ต้า ซึ่งพาทีมกวาดแชมป์ เซเรีย อา 5 สมัย แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 3 สมัย ทัสซอตติ ลงสนามให้ มิลาน มากถึง 583 เกม ก่อนจะแขวนสตั๊ดหลังจากจบฤดูกาล 1996-97

เซนเตอร์ : ฟรังโก้ บาเรซี่
วันแมนคลับรายนี้คือ 1 ในเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดเท่าที่วงการฟุตบอลเคยมีมา บาเรซี่ นั้นลงเล่นให้ มิลาน เกมแรกตั้งแต่ฤดูกาล 1977-78 ก่อนจะลงรับใช้ทีมมาอย่างยาวนานถึง 20 ฤดูกาล เขาเป็นเหมือนพี่ใหญ่ที่ประคองแนวรับคนอื่นๆของทีมเสมอมากัปตันบาเรซี่ พาทีมกวาดแชมป์มามากมายไม่ว่าจะเป็น เซเรีย อา 6 สมัย แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 3 สมัย นอกจากนี้กับทีมชาติอิตาลี บาเรซี่ ยังเป็นหนึ่งในขุนพลอัซซูรี่ชุดคว้าแชมป์โลกปี 1982 อีกด้วย
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงสนามในรายการนั้นก็ตาม

เซนเตอร์ : อเลสซานโดร เนสต้า
แม้จะจาก ลาซิโอ มาเพราะว่าปัญหาเรื่องของเงินๆทองๆในปี 2002 แต่ เนสต้า ก็เป็นขวัญใจของแฟนบอล มิลาน อย่างรวดเร็วด้วยการแสดงความแข็งแกร่งของเขาผ่านฟลอร์หญ้า
ค่าตัว 30 ล้านยูโรที่ มิลาน ทุ่มซื้อตัวเขามาดูจะกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆไปเลยเมื่อ เนสต้า พาทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา 2 สมัย และ แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 2 สมัย และเจ้าตัวยังได้รับการยกย่องว่าเป็นกองหลังที่เหนียวแน่นที่สุดในยุคของเขานอกจากนี้ในปี 2006 เขายังอยู่ในทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกปี 2006 อีกด้วย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอซี มิลาน ปีศาจแดง-ดำ แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา จาก อิตาลี

สโมสรฟุตบอล เอซี มิลาน  หรือที่ฉายาว่า ปีศาจแดง-ดำ เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในเมืองมิลาน แคว้นลอมบาร์ดี้ ประเทศอิตาลี

เอซี มิลาน

เอซี มิลาน หรือ ปีศาจแดง-ดำ ยักษ์ใหญ่จากเวที กัลโช่ เซเรีย อา จากประเทศ อิตาลี ได้ก่อตั้งสโมสรขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1899 โดยชาวอังกฤษสามคน ได้พูดคุยกันที่ห้องหนึ่งในโรงแรม โฮเตล ดู นอร์ และเกิดความคิดที่จะสร้างสโมสรคริกเกตและฟุตบอลชื่อ “Milan Football and Cricket Club” ซึ่งตอนเริ่มก่อตั้งใหม่ๆ คลับแห่งนี้เน้นไปที่คริกเกตมากกว่า แต่เมื่อข่าวค่อยๆแพร่กระจายออกไป ก็มีผู้คนให้การสนับสนุนฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอัลเฟรด เอ็ดเวิร์ดส์ ทำหน้าที่ประธานสโมสรเป็นคนแรก

นัดเปิดสนามนัดแรกของสโมสรคือ การที่มิลานแข่งกับทีมเมดิโอลานุม ในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1900 และมิลานเอาชนะไปได้ 3-0 โดยในขณะนั้น เฮอร์เบิร์ต คิลปิน เป็นทั้งหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสโมสรและเป็นกัปตันทีมฟุตบอล อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมในขณะนั้นแต่ทว่าการแข่งขันอย่างเป็นทางการจริงๆ มิลานกลับแพ้โตริโน 0-3 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1900

ในปี ค.ศ. 1919 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Milan Football Club” จากนั้นในปี ค.ศ.
1936 ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Milan Associazione Sportiva” ต่อมาในปี ค.ศ. 1938
เปลี่ยนมาเป็น “Associazione Calcio Milano” สุดท้ายเปลี่ยนมาเป็น “Associazione
Calcio Milan” ในปี ค.ศ. 1945 และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

มิลาน ใช้สีแดง-ดำ เป็นสีประจำทีม มีฉายาในภาษาอิตาเลี่ยนว่า “รอสโซ่เนรี่” หรือ “อิล
ดิอาโวโล่” ส่วนในภาษาไทยเรียกว่า “ปีศาจแดง-ดำ” และเรียกเหล่ากองเชียร์ของสโมสรว่า “มิลานิสต้า”

มิลาน ใช้สนาม “ซาน ซิโร่” หรือ “สตาดิโอ้ จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า” ซึ่งเป็นสนามประจำเมืองมิลาน มีความจุโดยประมาณ 80,074 คน (ปัจจุบัน) เป็นสนามประจำทีม โดยสนามซาน ซิโร่ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1926 ซึ่งผู้ที่ริเริ่มความคิดคือ ปิเอโร่ ปิเรลลี่ ประธานสโมสรของมิลานในขณะนั้นโดยเขาคิดที่จะมอบมันเป็นของขวัญให้กับสโมสร
สนาม ซาน ซิโร่ ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมด 1 ปี โดยสามารถจุผู้ชมได้ 10,000 ที่นั่ง ต่อมาในปี ค.ศ.1939 ได้มีการปรับปรุงสนาม ซาน ซิโร่ เพื่อให้สามารถรองรับแฟนบอลที่มาเข้าชมการแข่งขันได้มากขึ้นโดยครั้งนี้ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งขึ้นไปเป็น 55,000 ที่นั่ง

ในปี ค.ศ. 1986 ได้มีการปรับปรุงสนามซาน ซิโร่ อีกครั้งหนึ่งเพื่อใช้เป็นสนามในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 โดยครั้งนี้ได้มีการสร้างหลังคาที่ทำด้วยไฟเบอร์กลาส และสร้างหอคอยทางขึ้นอีก 11 ด้านเสียใหม่ รวมทั้งเพิ่มความจุของที่นั่ง จากเดิม 5 หมื่นกว่าที่นั่ง ไปเป็น 85,700 ที่นั่ง ซึ่งมีการคาดกันว่า ถ้านับกันจริงๆแล้ว สนามซาน ซิโร่ น่าจะสามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 150,000 คน แต่เนื่องจากติดปัญหาในด้านความปลอดภัย สภาเมืองมิลานจึงได้ออกกฎห้ามมิให้มีผู้ชมเกินกว่า 100,000 คน

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน

ก็คนมันรวย! มิลาน เสริมทัพไม่หยุด ตะเวนล่าตัวนักเตะร่วมทีมก่อนปิดตลาด

งานนี้สงสัยว่า ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน น่าจะมีเงินเยอะเพราะยังคงมีกระแสข่าวของการออกล่าซื้อนักเตะเข้ามามาเสริมทัพกันจำนวนมากทั้งที่ใกล้จะปิดตลาดอยู่แล้ว

เอซี มิลาน

ตามการรายงานว่า รอสโซเนรี กุนซือของ เอซี มิลาน ยอดทีมจาก กัลโช่ เซเรีย อา ยังคงเดินหน้าไม่หยุดเข้ามาเสริมทัพพร้อมลุยศึกในซีซั่นหน้า มิลานได้ออกมาประกาศว่าเตรียมล่าตัวคว้านักเตะ
1 ใน 3 ของกองหน้าชื่อดังระดับโลกเพื่อมาเสริมทัพเป็นรายต่อไป

มาร์โก ฟาสโซเน ผู็อำนวยการฝ่ายบริหารของ AC Milan ที่ได้ออกมายืนยันเรื่องดังกล่าวอีกครั้งว่าสโมสรเอซีมิลานยังคงมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าเพื่อเสริมผู้เล่นเพื่อให้เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของทีม โดยนักเตะรายต่อไปนี้ที่ได้เล็งเอาไว้ซึ่งพร้อมที่จะเดินหน้าเข้าไปเจรจาทาบทามให้เข้ามาร่วมทีมกับ AC Milan ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ศูนย์หน้าก้องโลก อย่างเช่น อันเดรีย เบล็อตติ , อัลบาโร โมราต้า หรือจะเป็น ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเอซีมิลาน ในขณะที่
ปีศาจแดง-ดำ ก่อนหน้านี้ก็ได้ดึงนักเตะหน้าใหม่เข้ามาสู่ทีมแล้วมากถึง 10 คนด้วยกัน คือ
เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ , ลูคัส บิยา , อันเดรีย คอนติ , อันโตนิโอ ดอนนารุมนา , มาเตโอ มูซัคคิโอ ,
ฟาบิโอ บอรินี , ฟรองค์ เกสซิเย , ฮาคาน , คัลฮาโนกลู , ริคาร์โด้ โรดริเกวซ , อังเดร ซิลวา

ล่าสุดซีอีโอรอสโซเนรี ของ เอซีมิลาน ที่ได้ออกมาเผยกับสื่อสโมสรว่า ตอนนี้ ปีศาจแดงดำ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเจรจากับทีมดังเพื่อต้องการคว้าตัวผู้เล่นกองหน้ามาเพื่อต้องการเสริมทัพ
โดยหวังดึง 1 ใน 3 นักเตะชื่อดังมาเสริมทัพ ซึ่งในตอนนี้ก็มีนักเตะหลานคนที่ได้มีข่าวกับ AC Milan
โดยทีมที่เป็นข่าวกับปีศาจแดง-ดำนั้นไม่ว่าจะเป็นโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ หรือจะเป็นหัวหอกคนสำคัญจากเรียลมาดริดหรือจะเป็นดาวยิงโตริโนจะเห็นได้ว่าเรานั้นมีชื่ออยู่ในใจแล้วหลายคนซึ่งเห็นได้ชัดว่าเรายังคงคิดทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ ซึ่งเราจะเก็บตัวเลือกไว้ทั้งหมดโดยที่เรามุ่งหวังและเป็นสิ่งที่ดีต่อทีม ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญมากซึ่งจะเห็นได้ว่าในตอนนี้เรามีผู้ที่เล่นผ่านเวทีแชมป์มาแล้วหลายคนและหลายคนก็มีความต้องการย้ายมาอยู่ร่วมกับเรา ฟาสโซเนได้กล่าวเอาไว้

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน