ผู้ร่วมสร้าง! ปีศาจแดงดำ กับผู้ร่วมก่อตั้งกำเนิดสุดยอดสโมสรแห่งอิตาลี่

เอซี มิลาน ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี ค.ศ.1899 ครั้งแรกที่ก่อตั้งนั้นเป็นทีมสโมสรคริกเกตและฟุตบอล โดยมีผู้ก่อตั้ง คือ อัลเฟรด เอ็ดเวิร์ด และ เฮอร์เบิร์ต คิลพิน

เฮอร์เบิร์ต คิลพิน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสโมสร เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา ก็ได้ขึ้นเป็นประธานสโมสรคนแรกของปีศาจแดงดำพร้อมกับ เฮอร์เบิร์ต คิลพิน ที่ได้ขึ้นมาเป็นกัปตันและผู้จัดการทีมคนแรกอีกด้วย และมันก็อธิบายเหตุผลของชื่อทีมได้เป็นอย่างดีว่าทำไมถึงเขียนและอ่านในภาษาอังกฤษ แทนที่จะใช้ชื่อทีมว่า มิลาโน่ ในภาษาอิตาลี

เอซี มิลาน

โดยที่ตั้งสโมสรแห่งแรกนั้นตั้งอยู่ที่ เฟียเชสเทอเรีย ทอสคาน่า โดยการแข่งขันอย่างเป็นทางการนัดแรกของ มิลาน นั้นแพ้ต่อ โตริโน ทีมดังในยุคนั้นไป 0-3 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1900 ในปี 1963 มิลานสามารถคว้าแชมป์ ยูโรเปียน คัพ ไปครองได้เป็นครั้งแรกของสโมสร ด้วยการเอาชนะ เบนฟิกา 2-1

สโมสรใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ในการคว้าแชมแห่งชาติอิตาลี(ลีกสูงสุดในสมัยนั้น) อันที่จริงแล้วใช้เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นเพราะทีมฟุตบอลของสโมสรพึ่งจะได้รับอนุญาตให้ลงทำการแข่งขันในลีกของอิตาลี ซึ่งนับว่าเป็นทีมเกิดใหม่ที่ร้อนแรงมากในยุคนั้น และคว้าแชมป์ลีกอีก 2 ครั้งติดต่อกันในปี ค.ศ. 1906 และ 1907 แต่หลังจากนั้นก็เป็นยุคตกต่ำของสโมสรไปเลยทีเดียว จนชื่อของ มิลานมาปรากฎแก่ชาวโลกในปี ค.ศ. 1963 ซึ่งสโมสรสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์
ยูโรเปียน คัพ ในสมัยนั้นได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการพลิกกลับมาชนะ เบนฟิกาในรอบชิงชนะเลิศ ได้ด้วยสกอร์ 2-1 จากการทำประตูของ มาซโซล่า ทั้ง 2 ประตู ซึ่งการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนี้จัดขึ้นที่ สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอนอันเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของ เอซี มิลาน อีกด้วย

ตั้งแต่โดนคดีล้มบอลในปี 2006 อัลเชล็อดติก็ไม่สบายเนื้อสบายตัวมาตลอดจนกระทั่งโดนปลดออกในที่สุด จุดด่างพร้อยของฟุตบอลอิตาลี่ก็คือ การล้มบอลที่อยู่คู่กับวงการฟุตบอลอิตาลีมาอย่างยาวนานแม้กระทั่งทีมที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่าง มิลาน ก็ไม่สารถที่จะรอดเงื้อมมือมารไปได้
โดยพวกเขาถกตัดสินว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีล้มบอล ในปี ค.ศ.1980 จึงทำให้มิลาน ต้องตกชั้นลงไปเล่นใน ซีรี่ บี เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรและอีกครั้งในปี ค.ศ.2006 ก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดในกรณีการล็อคสเปคผู้ตัดสินจึงทำให้ถูกตัดคะแนนไป 8 คะแนนด้วยกัน จากประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ทำให้เราได้รู้ว่า แม้กระทั่งทีมที่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ไม่สามารถเอาชนะความโลภในใจตนไปได้ ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี่ มหาบุรุษแห่ง รอสโซ่เนรี่แต่ตอนนี้ต้องคอยระวังคดีคอรัปชั่นเป็นระวิง

ในปี ค.ศ. 1986 จากการเข้ามาเทกโอเวอร์ของ ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี่ก็ทำให้ฐานะทางการเงินของ มิลาน ดีขึ้น พร้อมกันกับการมาของ 3 ทหารเสือชาวดัตท์ อย่าง รุต กุลลิต, แฟรง ไรการ์ด และ มาร์โค ฟาน บาสเทนโดยนับว่าเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของสโมสรแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เพราะ มิลานกวาดถ้วยรางวัล และชื่อเสียงต่างๆ ทุกรายการ อาทิเช่น แชมป์ ซีรี่ เอ แชมป์เปียน ลีก โตโยต้า คัพ และ ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี่ก็ยังคงเป็นเจ้าของสโมสรอยู่มาจวบจนปัจจุบันนี้ประกาศศักดาด้วยการครองเจ้ายุโรปสมัยที่ 7 ด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 หลังจากที่พ่ายช๊อกโลกมาในปี 2005

ในปัจจุบัน นับตั้งแต่ มิลาน คว้า แชมเปียน ลีก ไปในปี 2007 ก็เหมือนกับว่าทีมได้เริ่มตกต่ำลงไปเป็นอย่างมากอันที่จริงแล้วทีมตกต่ำมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นเสียอีก แต่โชคยังดีที่ยังคว้า แชมเปียน
ลีก สมัยที่ 7 มาครองได้ จึงยังทำให้ คาร์โล อัลเชล็อตติยังคงได้อยู่หายใจต่อมาจนถึงปีนี้ หลังจากที่อดทนมานานแล้วทางบอร์ดบริหารของสโมสรจึงได้ปลด อัลเชล็อตติออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไปในที่สุด และได้แต่งตั้งให้ ลีโอนาร์โดอดีตนักเตะของสโมสรเข้ามารับตำแหน่งแทน แต่ดูเหมือนว่า ลีโอนาร์โดนั้นจะยังมีบารมีไม่ถึงพอที่จะขึ้นมาคุมทีมใหญ่อย่าง มิลาน ได้ในตอนนี้เพราะตั้งแต่ ซีรี่ เอ เปิดฤดูกาลมา มิลาน ลงเล่นไปแล้ว 7 นัด แต่ชนะเพียงแค่ 2 นัด เท่านั้นเอง ต้องคอยติดตรามดูกันต่อไปว่า ลีโอนาร์โดจะโดนปลดออกจากตำแหน่งในวันไหนกัน

ซาน ซีโร หนึ่งในสนามที่คอบอลตัวจริงเช่นเราๆ ต้องการไปเหยียบให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรเป็นอย่างดีก็คือ สนามซานซีโร่ นั่นเองซึ่งถูกใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 โดยความจุในตอนเปิดใช้ครั้งแรกนั้นมีเพียงแค่ 10,000 คนเท่านั้นเอง ต่อมาในปี ค.ศ. 1939 ได้มีการปรับปรุง สนามซานซิโร่เพื่อให้สามารถรองรับแฟนบอลที่มาเข้าชมการแข่งขันได้มากขึ้นโดยครั้งนี้ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งขึ้นไปเป็น 55,000 ที่นั่ง จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่าสนามที่ครั้งแรกมีความจุเพียง 10,000 ที่นั่งจะสามารถกลายเป็นสนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี ด้วยขนาดความจุในปัจจุบันที่ 80,018 ที่นั่งเลยทีเดียว

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

อยู่ยาว! “ซูโซ่” ลั่นถ้าหากต้องการย้ายคงไม่ขยายสัญญากับ เอซี มิลาน

ซูโซ่ ปีกตัวสำคัญของปีศาจ แดง ดำ เอซี มิลาน ยืนยันว่าไม่มีแผนอำลาถิ่นซานซีโร่อย่างแน่นอน เพราะเพิ่งฝากอนาคตไว้กับทีมด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่

เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของอิตาลี่ สื่อเผยว่าเพิ่งได้ขยายสัญญาใหม่ให้กับ ซูโซ่ แข้งชาวสเปนิสรายนี้

เอซี มิลาน

ซูโซ่เพิ่งต่อสัญญาใหม่กับมิลานออกไปจนถึงปี 2022 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาโดยมีค่าฉีกสัญญาระบุไว้ที่ 50 ล้านยูโร แต่กลับมีข่าวลือถึงการย้ายทีมกับ ลิเวอร์พูล

“ผมได้เล่นทุกนัดที่มิลาน บางทีมันอาจไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ผมอยู่ที่นี่พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ผมควรย้ายทีม? ในเมื่อผมยังได้เล่นที่นี่และมีความสุขดี จริงอยู่ในสัญญาผมมีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาเอาไว้ แต่ผมไม่เคยคิดเรื่องย้ายทีมเลย” ปีกตัวเก่งได้กล่าว

“ถ้าผมต้องการย้ายทีม ผมคงไม่ต่อสัญญาใหม่เพื่อที่ตัวเองจะได้ไปจากที่นี่ด้วยค่าตัวถูกแน่”

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอซี มิลาน ยุคแห่งความรุ่งเรือง ยุคที่ถือเป็นยุคประคองตัว ความสำเร็จภายในลีก

เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา ลีกฟุตบอลสูงสุดของ อิตาลี่ ยุคแห่งการกำเนิดแข้งดังระดับโลกที่ร่วมทัพ ปีศาจแดงดำ มาก่อน

เอซี มิลาน เป็นทีมที่รวมแข้งนักเตะที่ดีที่สุดมาก่อน และก่อนที่จะสู่ยุครุ่งเรืองต้องแย่งชิงกับสุดยอดทีมระดับโลกอย่าง ยูเวนตุส บาเยิร์น มิวนิค แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล และทีมดังอีกมากมาย ต่อไปจะย้อนไปให้ดูว่า ก่อนที่ ปีศาจแดงดำ จะมาเจิดจรัสบนเวทีลูกหนังขนาดนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เอซี มิลาน

ยุคทศวรรษที่ 70
ยุคนี้ถือเป็นยุคประคองตัว ความสำเร็จภายในประเทศตกไปเป็นของยูเวนตุสอีกครั้งส่วนในระดับยุโรป ก็ไม่สามารถที่จะขึ้นไปทาบรัศมีของอาแจ็กซ์, บาเยิร์น และลิเวอร์พูลได้เลย โดยมิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา เพียงแค่ 1 สมัย ในปี 1979 รองแชมป์ 3 ครั้งติดต่อกัน ในปี 1971, 1972 และ 1973, แชมป์โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย ในปี 1972, 1973 และ 1977 ที่ชนะนาโปลี, ยูเวนตุส และอินเตอร์ ตามลำดับ รองแชมป์อีก 2 ครั้ง ในปี 1971 ที่แพ้ต่อโตรีโน และในปี 1975 ที่แพ้ต่อฟิออเรนตินา, แชมป์ยูโรเปียน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ในปี 1973 ที่เอาชนะลีดส์ และรองแชมป์ 1 ครั้ง ในปี 1974 ที่แพ้ต่อมักเดบวร์ก นอกจากนี้ ยังได้รองแชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 1 ครั้ง ในปี 1973 โดยที่นัดแรกเล่นในบ้าน เอาชนะอาแจ็กซ์ได้ 1-0 แต่พอไปเยือนกลับโดนอัดกลับมาถึง 6-0
ชวดแชมป์ไปอย่างเจ็บปวด โดยนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ อัลแบร์โต บิกอน, อัลโด มัลเดรา, จูเซ็ปเป ซาบาดินี, อัลโด เบท, เอกิดิโอ คัลโลนี, ฟูลวิโอ โคลโลวาติ, เอ็นริโก อัลแบร์โตซี, โรเมโอ เบเนตติ และรูเบน บูริอานี เป็นต้น

ยุคทศวรรษที่ 80
ในช่วงต้นทศวรรษถือเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของสโมสรเมื่อมิลานถูกปรับตกชั้นในปี 1980 จากข้อหาพัวพันกับคดีการล้มบอลของประธานสโมสร เฟลิเซ โคลอมโบ และผู้รักษาประตูของทีมอย่างเอ็นริโก อัลแบร์โตซีทำให้ทีมต้องลงเล่นในศึกกัลโช เซเรีย บี เป็นครั้งแรก ซึ่งถึงแม้ว่าจะคว้าแชมป์เซเรีย บี ได้ในทันที แต่เมื่อกลับคืนสู่เซเรีย อา ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ต้องตกชั้นอีก อย่างไรก็ตามมิลานก็สามารถกลับคืนสู่เซเรีย อา ในฐานะแชมป์เซเรีย บี อีกครั้ง ในปี 1983 แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ประธานสโมสร จูเซ็ปเป ฟารินา ได้พัวพันกับคดีทางกฎหมายจนทำให้เขาตัดสินใจหนีไปอยู่ที่แอฟริกาใต้ พร้อมกับเอาเงินของสโมสรไปด้วยมิลานในขณะนั้นจึงอยู่ในสภาพเกือบล้มละลาย แต่เมื่อมีมหาเศรษฐีที่ชื่อ ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนีเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการของสโมสรในปี 1986 มิลานก็เริ่มเข้าสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้งโดยมิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา 1 สมัย ในปี 1988, รองแชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 ครั้ง ในปี 1985 ที่แพ้ต่อซามพ์โดเรีย, ได้แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1988 ที่ชนะซามพ์โดเรีย, แชมป์ยูโรเปียน คัพ 1 สมัย ในปี 1989 ที่ถล่มสเตอัว บูคาเรสต์ 4-0, แชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1989 ที่เอาชนะบาร์เซโลนา
และได้แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย ในปี 1989 อีกเช่นกัน โดยเอาชนะแอตเลติโก นาซิอองนาล
1-0 ซึ่งนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ สามทหารเสือดัตช์อย่าง มาร์โก ฟาน บาสเทน, รืด คึลลิต และฟรังก์ ไรการ์ด นอกจากนั้นก็ยังมี เปาโล มัลดีนี, ฟรังโก้ บาเรซี, อเลสซานโดร คอสตาคูร์ตา, เมาโร ตัสซอตติ, ฟิลิปโป กัลลี, โจวานนี กัลลี, โรแบร์โต โดนาโดนี, อัลเบริโก เอวานี, คาร์โล อันเชลอตติ, ดานิเอเล มัสซาโร, ปิเอโตร วีร์ดิส และอันเจโลโคลอมโบ เป็นต้น โดยยอดผู้จัดการทีมของมิลานในยุคนี้คือ อาร์ริโก ซาคคี ปรมาจารย์ลูกหนัง ผู้ให้กำเนิดโซนเพรส (เพรสซิง ฟุตบอล)

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

 

หวังทวงบัลลังก์! 5 เป้าหมายของ “เอซี มิลาน” แม้จะใช้เงินไปแล้วเกือบร้อยล้านยูโร

เรียกได้ว่านับตั้งแต่เปลี่ยนกลุ่มนายทุนใหม่เข้ามาดูพวกเขา เอซี มิลาน จะดูมีพลังและกำลังใจในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเวที กัลโช เซเรียอา อีกครั้ง

เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของอิตาลี เดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ด้วยเม็ดเงินอันมหาศาลที่ทุ่มงบให้กับนายใหญ่เพื่อเดินหน้าช็อปนักเตะฝีเท้าดีเข้าทีม

เอซี มิลาน

จึงทำให้เวลานี้พวกเขาได้เดินหน้าเสริมนักเตะอย่างหนักโดยได้ตัวไปแล้วถึง 4 รายด้วยกัน นั่นก็คือ มาเตโอ มูซัคคิโอ, ฟรองค์ เคสซี, ริคาร์โด้ โรเดริเกวซ และล่าสุด อังเดร ซิลวา รวมทั้งหมดเป็นเงินถึง 99 ล้านยูโรเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เราไปดูกันว่ามีใครที่
ปีศาจแดงดำ หวังจะได้ตัวมาเสริมทีมอีกบ้าง

5. เอมิล ฟอร์สเบิร์ก
สโมสรปัจจุบัน : อาร์บี ไลป์ซิก
ตำแหน่ง : ปีก
อายุ : 25 ปี
หลังจากที่เจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ว่าโปรเจ็คของ มิลาน ค่อนข้างน่าสนใจและน่าจะกลับมายิ่งใหญ่ได้ในไม่ช้าแถมยังออกมาส่งสัญญาณเพิ่มเติมอีกว่า ถึง ปีศาจแดงดำ จะไม่ได้ลุย ชปล.ก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักสำหรับเจ้าตัวซึ่งหากทางด้านยักษ์ใหญ่แห่ง ซานซิโร ได้ตัวแนวรุกจาก ไลป์ซิก มาร่วมทีมจริง ๆ คงจะเติมเต็มเกมรุกในกราบซ้ายได้ไม่เลวเลยทีเดียวแม้ทาง หงส์แดง จะให้ความสนใจด้วยก็ตาม

4. นิโกลา คาลินิช
สโมสรปัจจุบัน : ฟิออเรนตินา
ตำแหน่ง : กองหน้าตัวเป้า
อายุ : 29 ปี
มิลานแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังมองหาศูนย์หน้ารายใหม่เพราะรูปแบบการเล่นของ คาร์ลอส บัคก้า ไม่เป็นที่ถูกใจของกุนซือใหญ่อย่าง วินเชนโซ มอนเตลลาซึ่งก่อนหน้าว่ากันว่า โมราต้า คือเป้าหมายอันดับ 1 ของทัพรอสโซเนรี่ แต่ทว่าราคานั้นดูจะมหาโหดเกินไปบวกกับต้องเผชิญหน้าคู่แข่งทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ทำให้การซื้อขายครั้งนี้ไม่น่าเป็นไปได้แถมตอนนี้สื่อยังเผยว่าใกล้ที่จะได้ตัวแล้วด้วย

3. อันเดรีย คอนติ
สโมสรปัจจุบัน : อตาลันต้า
ตำแหน่ง : แบ็คขวา
อายุ : 23 ปี
ข่าวล่าสุดระหว่าง คอนติ กับ มิลาน ออกมาว่า มาริโอ กุฟเฟรดี้ เอเยนต์ส่วนตัวของนักเตะรายนี้ได้เดินหน้าไปยังสโมสรของ เอซี มิลานเพื่อเจรจาข้อตกลงในการย้ายทีมเรียบร้อยแล้วด้วย
ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 20 ล้านยูโร ซึ่งผลจากการเจรจานั้นค่อนข้างเป็นไปได้ด้วยดีเชื่อว่าหากไม่ผิดพลาดประการใด เราอาจจะได้เห็น ปีศาจแดงดำเปิดตัวนักเตะรายที่ 5 ของทีมก็เป็นไป

2. มัตเตโอ ดาร์เมียน
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ตำแหน่ง : แบ็ค หรือ เซนเตอร์
อายุ : 27 ปี
หลังจากที่ย้ายไปร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ดาร์เมียนก็ไม่ค่อนได้ลงเล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัดและแจ้งเกิดมาสักเท่าไหร่เลยเพราะเจอแท็คติกของ มูรินโญ ที่มักโยกเขาให้เป็นเล่นเป็นแบ็คซ้ายซะส่วนใหญ่จนไม่สามารถดึงฟอร์มที่เคยทำไว้อย่างกับ โตริโน จึงถือว่าเป็นโอกาสดีของ มิลาน เลยทีเดียว ที่จะได้พาตัวแนวรับอิตาเลียน รายนี้กลับสู่ กัลโช เซเรียอา อีกครั้ง เพราะทาง ปีศาจแดงเพิ่งจะต่อสัญญากับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ออกไปอีก 1 ปี
ซึ่งอาจบอกอนาคตได้ว่า ดาร์เมียน อาจต้องเป็นเพียงอะไหล่สำรองต่อไป

1. มุสซา เดมเบเล
สโมสรปัจจุบัน : เซลติก
ตำแหน่ง : กองหน้า และ ปีก
อายุ : 20 ปี
เอซี มิลาน ได้เจรจาต่อรองกับ เซลติก เพื่อขอซื้อ มุสซา เดมเบเล ศูนย์หน้าตัวเก่งวัย 20 ปี
แต่อาจจะต้องเจอคู่แข่งสำคัญอย่างทีมมหาอำนาจทางการเงินอย่าง เชลซี และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยแต่ก็ต้องบอกเลยว่าถ้าเกิดพวกเขาได้ตัวของดาวยิงเลือดน้ำหอมรายนี้เข้า
มาเสริมทีม นอกจากจะได้นักเตะอนาคตไกลแล้วยังอาจได้จอมถล่มประตูเพิ่มมาด้วย เพราะเขาทำประตูไปถึง 32 ลูกกับอีก 9 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 49 นัดในทุกรายการในฤดูกาลนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ